ICT กับ เศรษฐกิจพอเพียง
ในหัวข้อเรื่องยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในด้าน ICT ข้าพเจ้าคิดว่าการที่จะส่งเสริมให้บุคลากรในองค์การมีความรู้ ความสามารถ ในด้าน ICT และให้มีความเชื่อมโยงกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” บางคนอาจคิดว่าใน 2 เรื่องนี้เป็นเส้นขนานกันก็ว่าได้ เพราะ ICTเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีอันทันสมัย ส่วนคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” บางคนก็อาจคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับท้องไร่ท้องนา เกี่ยวกับชนบท ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ก่อน เศรษฐกิจพอเพียงในความคิดของข้าพเจ้าก็คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รู้จักใช้ในสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่ผลิตขึ้นเองในประเทศได้ ในส่วนของ ICT ก็จะประกอบไปด้วย HARDWARE และ SOFTWARE ถ้าเป็นในด้านของ HARDWARE ให้ทุกคนมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาการใช้งานเครื่องมือเครื่องใช้ในสถานที่ทำงานให้เหมือนเป็นของตนเอง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานเพราะนั่นก็หมายถึงเป็นการประหยัดการใช้งบประมาณแผ่นดินหรือเงินตราของประเทศที่จะไหลออกไปนอกประเทศ ส่วนในด้าน SOFTWARE จัดให้มีการระดมสมองของบุคลากรภายในองค์การที่จะคิดค้นหรือพัฒนาโปรแกรมใหม่ ๆ ใช้เองโดยไม่ต้องเสียเงินไปซื้อจากต่างประเทศ ข้าพเจ้าเคยได้ยินคำพูดคำหนึ่งมานานแล้ว คำพูดนั้นคือ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ คงจะใกล้เคียงกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ได้
ปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" กับ "ยุทธศาสตร์การพัฒนา ICT"
เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่1 เป็นยุทธศาสตร์ที่มีการพัฒนาอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรให้ได้รับความรู้ และทักษะที่มีความเหมาะกับการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้รู้ ICTและสามารถใช้ ICT อย่างมีคุณธรรม และจริยธรรม เพื่อประโยชน์ในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และเป็นการสร้างองค์ความรู้สู่สังคม และจัดให้มีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับบุคลากรในการปฏิบัติงาน โดยมีการจำแนกกลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มงาน และกลุ่มอายุ มีการจัดทำแผนในการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับภาระงาน และการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
จากยุทธศาสตร์ที่ 1 จะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับพฤติกรรมในทุก ระดับ เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชน ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ รวมถึงการพัฒนา และการบริหารประเทศ ซึ่งจะต้องดำเนินไปในทางสาย กลาง และต้องอาศัยความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน ต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีจิตสำนึกในคุณธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความพากเพียร ความมีสติ เพื่อให้พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากโลกภายนอก และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ด้วย
ดังนั้น การเลือกยุทธศาสตร์ที่ 1 จึงมีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาความรู้ และทักษะที่มีความเหมาะกับการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ การใช้ ICT อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสร้างองค์ความรู้สู่สังคม การสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับภาระงาน และการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
จากยุทธศาสตร์ที่ 1 จะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับพฤติกรรมในทุก ระดับ เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชน ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ รวมถึงการพัฒนา และการบริหารประเทศ ซึ่งจะต้องดำเนินไปในทางสาย กลาง และต้องอาศัยความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน ต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีจิตสำนึกในคุณธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความพากเพียร ความมีสติ เพื่อให้พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากโลกภายนอก และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ด้วย
ดังนั้น การเลือกยุทธศาสตร์ที่ 1 จึงมีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาความรู้ และทักษะที่มีความเหมาะกับการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ การใช้ ICT อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสร้างองค์ความรู้สู่สังคม การสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับภาระงาน และการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
ICT กับเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ทางสายกลาง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุสังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT ) หมายถึง การใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาเพื่อให้ได้มาข้อมูลและข่าวสาร การติดต่อ การทำกิจกรรมต่าง ๆ การ ส่งข้อมูลข่าวสาร และติดต่อปฏิสัมพันธ์กัน เป็นต้น
ปัญหาการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ คือ เนื่องจากเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่นับว่าทันสมัยและเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เป็นต้น ปัญหาก็คือ 1. ตัวผู้ใช้เทคโนโลยีสามารถใช้เทคโนโลยีได้ดีมากน้อยแค่ไหน ใช้คุมค่าไหม จำเป็นต่อการใช้เทคโนโลยีชิ้นที่แพงนั้นหรือเปล่า 2. คนไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า 3. บุคคลที่มีความรู้ความสามารถจริงในเรื่องเทคโนโลยีมีน้อย 4.การศึกษาของคนในประเทศส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาการนำเทคโนโลยีมาใช้
การศึกษากับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คือ สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาที่ได้ยกตัวอย่างมาแล้วนั้นต้นเหตุหลักประการหนึ่ง คือ การขาดโอกาสทางการศึกษา ความยากจน เป็นต้นเพราะการศึกษาเป็นกุญแจนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ดังพุทธพจน์ว่า นัตถิ ปัญญา สมา อภา แสงสว่างเปรียบเสมือนปัญญาไม่มี ปัญญาก็คือตัวความรู้นั้นเอง ฉะนั้น รัฐ ต้องส่งเสริมให้คนทุกคนมีการศึกษาและคุณธรรมก่อน โดยเฉพาะให้การศึกษาเกี่ยวกับทางสายกลาง หรือเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต ในการประกอบอาชีพ และการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศที่ทันสมัยในการหาข้อมูล เพราะถือว่าในโลกอนาคตจะเป็นคลังอาวุธคลังปัญญาที่ดีเยี่ยม
การนำเศรษฐกิจพอเพียงกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต้องใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระ ราชดำรัส ได้แก่ รู้จักใช้ตามความจำเป็น และตามกำลังทรัพย์ของคนนั้น หรือเรียกว่ารู้จักใช้พอประมาณ ตามเหตุผล ไม่ไปตามกระแสโลกประกอบกับใช้หลักธรรมเข้ามาช่วย เช่น ไม่ใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ผิด และหมั่นดูแลรักษาตลอดถึงในการใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดตามความจำเป็น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น