ก.ไอซีที เผยแพร่แผนแม่บท ASEAN ICT Masterplan 2015 รองรับประชาคมอาเซียน
นางสาวอารีวรรณ ฮาวรังษี รักษาการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน หรือ ASEAN ICT Masterplan
2015” ว่า การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
ถือเป็นความท้าทายและโอกาสของประเทศ โดยประเด็นที่เห็นได้ชัดเจน คือ
โอกาสจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การลดอุปสรรคทางการค้า และโอกาสในการลงทุน
ด้วยจำนวนประชากรที่รวมกันกว่า 600 ล้านคน ครอบคลุมพื้นที่ 4.5
ล้านตารางกิโลเมตร มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) 1.5
ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ มูลค่าการค้ารวม 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ
ส่งผลให้อาเซียนเป็นตลาดที่ใหญ่และดึงดูดการลงทุนจากประเทศนอกอาเซียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะหลังมีประเทศพัฒนาหลายประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย
สหรัฐฯ และรัสเซีย ให้ความสนใจภูมิภาคอาเซียน
และเข้าร่วมเป็นคู่เจรจากับอาเซียน
นอกจากนี้ การเป็นประชาคมยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศทุกด้าน รวมถึงความสามารถในการรับมือกับปัญหาใหม่ๆ ในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาค เช่น สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่วนเรื่องความท้าทายนั้น ยังมีหลายปัจจัยที่อาเซียนต้องคำนึงถึง เช่น ความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา และระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิก วิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก ผลกระทบทางลบจากการเชื่อมโยงภูมิภาค เช่น ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบการค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ ยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงสร้างความรู้สึกร่วมของประชาชนให้ตระหนักถึงหน้าที่ในการเป็นประชากร ของอาเซียน
ดังนั้น
ประเทศไทยจึงต้องพร้อมรับกับการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในอีก 3
ปีข้างหน้า
ทั้งในเชิงรุกที่จะทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากการเป็นประชาคมอาเซียน
และในเชิงรับที่ต้องปกป้องและแก้ไขผลกระทบในแง่ลบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
โดยขณะนี้ กระทรวงไอซีที
อยู่ระหว่างการจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
ซึ่งจะครอบคลุมภารกิจต่างๆ ของกระทรวงฯ ทั้งด้านการพัฒนาไอซีที
การเตือนภัยพิบัติ และความร่วมมือด้านสถิติ
รวมทั้งได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานความร่วมมืออาเซียนด้านโทรคมนาคม
และเทคโนโลยีสารสนเทศในการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินโครงการและ
กิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเป็นประชาคมอาเซียนด้วย
ด้าน นายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักกิจการระหว่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวเพิ่มเติมว่า
เมื่อมีการเห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียนขึ้นภายในปี 2558
ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ TELMIN
ครั้งที่ 8 เมื่อเดือนสิงหาคม 2551
จึงได้เห็นชอบโครงการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน
หรือ ASEAN ICT MASTERPLAN 2015 และอนุมัติการสนับสนุนเงินจากกองทุน ASEAN
ICT Fund เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางกิจกรรมความร่วมมือด้านไอซีทีและสนับสนุน
การรวมกลุ่ม ของอาเซียน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านไอซีที
ซึ่งต่อมาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นเพื่อร่วมพิจารณาจัดทำแผน
แม่บทฯ รวมทั้งให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
โดยมีผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10
ประเทศเข้าร่วมในคณะกรรมการดังกล่าว
หลังจากนั้นในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ครั้งที่ 10 เมื่อเดือนมกราคม 2554 ที่ประชุมได้มีการรับรองแผนแม่บท ASEAN
ICT Masterplan 2015 และมีการประกาศแผนแม่บทฉบับดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
โดยเป็นแผนแบบเบ็ดเสร็จที่มีการระบุยุทธศาสตร์ แผนการดำเนินงาน เป้าหมาย
รวมทั้งระยะเวลาการดำเนินการภายใน 5 ปีที่ชัดเจน
และภายหลังจากการรับรองแผนแม่บทฯ แล้ว
ที่ประชุมอาเซียนยังได้เห็นชอบให้สมาชิกแต่ละประเทศจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม
และประชาสัมพันธ์แผนแม่บทฯ ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาคอุตสาหกรรม
ภาครัฐ ภาคการศึกษา
ได้รับทราบและมีส่วนร่วมในการผลักดันแผนดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ
กระทรวงฯ จึงได้จัดให้มีการสัมมนาเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แผนแม่บท ASEAN
ICT Masterplan 2015 อย่างเป็นทางการขึ้น
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ
การเป็นประชาคมอาเซียน
รวมทั้งกรอบความร่วมมืออาเซียนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ตลอดจนบทบาทของประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา
ซึ่งประกอบด้วย ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้สนใจประมาณ 250 คน
นอกจากนั้น กระทรวงฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน ได้แก่
กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
สมาคมโทรคมนาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย
มาร่วมให้ความรู้ และข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับผู้เข้าร่วมสัมมนาอีกด้วย
|
||
วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556
Ict กับอาเซียน
วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556
ICTกับเศรษฐกิจพอเพียง
ICT กับ เศรษฐกิจพอเพียง
ในหัวข้อเรื่องยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในด้าน ICT ข้าพเจ้าคิดว่าการที่จะส่งเสริมให้บุคลากรในองค์การมีความรู้ ความสามารถ ในด้าน ICT และให้มีความเชื่อมโยงกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” บางคนอาจคิดว่าใน 2 เรื่องนี้เป็นเส้นขนานกันก็ว่าได้ เพราะ ICTเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีอันทันสมัย ส่วนคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” บางคนก็อาจคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับท้องไร่ท้องนา เกี่ยวกับชนบท ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ก่อน เศรษฐกิจพอเพียงในความคิดของข้าพเจ้าก็คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รู้จักใช้ในสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่ผลิตขึ้นเองในประเทศได้ ในส่วนของ ICT ก็จะประกอบไปด้วย HARDWARE และ SOFTWARE ถ้าเป็นในด้านของ HARDWARE ให้ทุกคนมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาการใช้งานเครื่องมือเครื่องใช้ในสถานที่ทำงานให้เหมือนเป็นของตนเอง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานเพราะนั่นก็หมายถึงเป็นการประหยัดการใช้งบประมาณแผ่นดินหรือเงินตราของประเทศที่จะไหลออกไปนอกประเทศ ส่วนในด้าน SOFTWARE จัดให้มีการระดมสมองของบุคลากรภายในองค์การที่จะคิดค้นหรือพัฒนาโปรแกรมใหม่ ๆ ใช้เองโดยไม่ต้องเสียเงินไปซื้อจากต่างประเทศ ข้าพเจ้าเคยได้ยินคำพูดคำหนึ่งมานานแล้ว คำพูดนั้นคือ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ คงจะใกล้เคียงกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ได้
ปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" กับ "ยุทธศาสตร์การพัฒนา ICT"
เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่1 เป็นยุทธศาสตร์ที่มีการพัฒนาอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรให้ได้รับความรู้ และทักษะที่มีความเหมาะกับการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้รู้ ICTและสามารถใช้ ICT อย่างมีคุณธรรม และจริยธรรม เพื่อประโยชน์ในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และเป็นการสร้างองค์ความรู้สู่สังคม และจัดให้มีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับบุคลากรในการปฏิบัติงาน โดยมีการจำแนกกลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มงาน และกลุ่มอายุ มีการจัดทำแผนในการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับภาระงาน และการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
จากยุทธศาสตร์ที่ 1 จะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับพฤติกรรมในทุก ระดับ เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชน ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ รวมถึงการพัฒนา และการบริหารประเทศ ซึ่งจะต้องดำเนินไปในทางสาย กลาง และต้องอาศัยความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน ต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีจิตสำนึกในคุณธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความพากเพียร ความมีสติ เพื่อให้พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากโลกภายนอก และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ด้วย
ดังนั้น การเลือกยุทธศาสตร์ที่ 1 จึงมีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาความรู้ และทักษะที่มีความเหมาะกับการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ การใช้ ICT อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสร้างองค์ความรู้สู่สังคม การสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับภาระงาน และการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
จากยุทธศาสตร์ที่ 1 จะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับพฤติกรรมในทุก ระดับ เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชน ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ รวมถึงการพัฒนา และการบริหารประเทศ ซึ่งจะต้องดำเนินไปในทางสาย กลาง และต้องอาศัยความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน ต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีจิตสำนึกในคุณธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความพากเพียร ความมีสติ เพื่อให้พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากโลกภายนอก และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ด้วย
ดังนั้น การเลือกยุทธศาสตร์ที่ 1 จึงมีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาความรู้ และทักษะที่มีความเหมาะกับการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ การใช้ ICT อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสร้างองค์ความรู้สู่สังคม การสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับภาระงาน และการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
ICT กับเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ทางสายกลาง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุสังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT ) หมายถึง การใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาเพื่อให้ได้มาข้อมูลและข่าวสาร การติดต่อ การทำกิจกรรมต่าง ๆ การ ส่งข้อมูลข่าวสาร และติดต่อปฏิสัมพันธ์กัน เป็นต้น
ปัญหาการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ คือ เนื่องจากเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่นับว่าทันสมัยและเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เป็นต้น ปัญหาก็คือ 1. ตัวผู้ใช้เทคโนโลยีสามารถใช้เทคโนโลยีได้ดีมากน้อยแค่ไหน ใช้คุมค่าไหม จำเป็นต่อการใช้เทคโนโลยีชิ้นที่แพงนั้นหรือเปล่า 2. คนไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า 3. บุคคลที่มีความรู้ความสามารถจริงในเรื่องเทคโนโลยีมีน้อย 4.การศึกษาของคนในประเทศส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาการนำเทคโนโลยีมาใช้
การศึกษากับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คือ สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาที่ได้ยกตัวอย่างมาแล้วนั้นต้นเหตุหลักประการหนึ่ง คือ การขาดโอกาสทางการศึกษา ความยากจน เป็นต้นเพราะการศึกษาเป็นกุญแจนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ดังพุทธพจน์ว่า นัตถิ ปัญญา สมา อภา แสงสว่างเปรียบเสมือนปัญญาไม่มี ปัญญาก็คือตัวความรู้นั้นเอง ฉะนั้น รัฐ ต้องส่งเสริมให้คนทุกคนมีการศึกษาและคุณธรรมก่อน โดยเฉพาะให้การศึกษาเกี่ยวกับทางสายกลาง หรือเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต ในการประกอบอาชีพ และการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศที่ทันสมัยในการหาข้อมูล เพราะถือว่าในโลกอนาคตจะเป็นคลังอาวุธคลังปัญญาที่ดีเยี่ยม
การนำเศรษฐกิจพอเพียงกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต้องใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระ ราชดำรัส ได้แก่ รู้จักใช้ตามความจำเป็น และตามกำลังทรัพย์ของคนนั้น หรือเรียกว่ารู้จักใช้พอประมาณ ตามเหตุผล ไม่ไปตามกระแสโลกประกอบกับใช้หลักธรรมเข้ามาช่วย เช่น ไม่ใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ผิด และหมั่นดูแลรักษาตลอดถึงในการใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดตามความจำเป็น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
